วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2554

วิชา ฐานข้อมูลเบื้องต้น การบ้านบทที่ 6 ประจำวันที่ 5 ม.ค 2554

1. Functional Dependency คืออะไร แบ่งเป็นกี่ประเภท
= คือการพิจารณาโครงสร้างของแต่ละ Relation ว่ามีโครงสร้างอยู่ใน Normal Form ระดับใด จะพิจารณาจาก Functional Dependency ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง Attribute ต่าง ๆ ภายใน Relation กับ Attribute หรือกลุ่ม Attribute ที่ทำหน้าที่เป็น Key ของ Relation นั้นซึ่งความสัมพันธ์นี้ จะถูกนิยามด้านรูปแบบทางคณิตศาสตร์ที่เรียกว่า “Functional Dependency”
Functional Dependency สมารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
1.      Functional Dependency ที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่าง Determinant และ Dependency อย่างละ 1 คำ เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างหมายเลขบัตรประชาชนและชื่อเจ้าของบัตร
2.      Functional Dependency ที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่าง Determinant 1 ค่ากับ Dependency หลายค่า เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างหมายเลขบัตรประชาชนและข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนบัตรประชาชน
3.      Functional Dependency ที่มีความสัมพันธ์ 2 ทาง ซึ่งเป็น Functional Dependencyที่ทั้ง Determinant และ Dependency ต่างสามารถทำหน้าที่ของอีกฝ่ายหนึ่งได้ เช่น ความสัมพันธ์   ระหว่างชื่อผู้จัดการโครงการ (Attribute “MANAGER”)กับชื่อโครงการ(Attribute“PROJECT_NO”)ซึ่งถ้าทราบชื่อของโครงการจะสามารถทราบได้ถึงชื่อของโครงการที่ผู้จัดการนั้นเป็นเจ้าของได้ และเมื่อทราบชื่อโครงการก็จะสามารถทราบถึงชื่อของผู้จัดการโครงการนั้นเช่นเดียวกัน
4.      Functional Dependency ที่ต้องใช้ Determinant มากกว่า 1 ค่า เพื่ออ้างถึง Dependency เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนสินค้าที่ผลิตได้ของสินค้าแต่ละชนิดภายใต้สายการผลิตต่าง ๆ
2. จงอธิบายความหมายของ Repeating Group พร้อมยกตัวอย่าง
= Repeating Group หมายถึง รีเลชั่น ของตารางเกิดมีกลุ่มข้อมูลซ้ำกันหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือแต่ละช่องเซลของรีเลชั่นจะถูกจัดเก็บข้อมูลมากกว่า 1 ค่า ส่งผลให้รีเลชั่น นี้ มีโครงสร้างที่ไม่สอดคล้องตามคุณสมบัติของ 1NF
ยกตัวอย่างเช่น ตาราง Oder สังเกตว่าลูกค้า(Attribute“CUST_NO”) 1 คนสามารถมีรายการสั่งซื้อ (Attribute “ORDER_CONTENT”) ได้มากกว่า 1 รายการ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า (Attribute“CUST_NO”) นี้ มีความสัมพันธ์กับ(Attribute“ORDER_CONTENT”) ในแบบ Repeating Group ส่งผลให้รีเลชั่น นี้ มีโครงสร้างที่ไม่สอดคล้องตามคุณสมบัติของ 1NF
3. จงอธิบายความหมายของ Transitive Dependency พร้อมยกตัวอย่าง
= Transitive Dependency หมายถึง รีเลชั่น ของตารางเกิดมี Attribute บางตัวที่ไม่ได้เป็นคีย์หลัก มีคุณสมบัติในการกำหนดค่าของอื่นที่ไม่ใช่คีย์หลักในตารางรีเลชั่นหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ มี 2 Attribute ที่ไม่ใช่คีย์หลัก ที่สามารถระบุค่าระหว่างกันได้
ยกตัวอย่างเช่น ในตาราง Oder สินค้าของลูกค้าจาก รีเลชั่น “Cust” มีค่าของ Attribute “CITY” และ Attribute “ZONE_SALE” ปรากฏข้อมูลซ้ำกันเป็นคู่ ๆ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ทั้ง 2 Attribute สมารถระบุค่าระหว่างกันได้ กล่าวคือ เมื่อระบุค่าให้กับ Attribute “ZONE_SALE” จะสามารถทราบถึงเมืองใน Attribute “CITY” ได้ ดังนั้นจึงทำให้ รีเลชั่นนี้ขาดคุณสมบัติของ 3NF และยังก่อให้เกิดปัญหาความผิดพลาดทางด้าน Anomaly

4.จงตรวจสอบตารางต่อไปว่าอยู่ในรูปของ 1NF 2NF และ 3NF แล้วหรือยัง ถ้ายัง Normalization ให้อยู่ในรูปดังกล่าว
P_ID
P_Name
E_ID
E_ Name
Job_Calss
Chg_Hour
Hour
11
EAU  Web Site
103
สมชาย ไม้ดี
SA
500
23.8
101
แท่น งามยิ่ง
Database  Designer
450
19.4
105
ชาย ดีศรี
Database  Designer
450
35.7
106
แม็ก ยอดยิ่ง
Programmer
400
12.6
102
อมร ดีศรี
SA
500
23.8
22
BU Reglstration
114

สุรศักดิ์ ดีงาม
Application Designer
300
24.6
118
กมล ไม้งาม
General Support
200
45.3
104
นาย ยิ่งยอด
SA
500
32.4
106
แม็ก ยอดยิ่ง
Programmer
400
20
112
ธิดา ไม้งาม
Database  Designer
450
44.0
105
ชาย ดีศรี
Database  Designer
450
44.0


= จากตารางจะสังเกตว่าไม่มีคุณสมบัติครบเป็น 1NF เพราะเป็นรีเลชั่นที่มีคีย์หลักของรีเลชั่น คือ มี (Attribute “P_ID”) เป็นคีย์หลัก แล้วแต่มีกลุ่มข้อมูลซ้ำซ้อน (Repeating Group) อยู่ในรีเลชั่นหรือในแต่ละช่องหรือเซล ของรีเลชั่นมีการเก็บข้อมูลหลายค่าคือ Attribute “E_ID”นี้มีความสัมพันธ์กับ Attribute “P_Name” ในแบบ Repeating Group ส่งผลให้ Relation นี้ มีโครงสร้างที่ไม่สอดคล้องตามคุณสมบัติของ 1NF ดังนั้นจึงต้องทำรายการ Normalization โดยการแปลงคุณสมบัติ Attribute ที่อยู่ในรูป Repeating Group ให้มีคุณสมบัติ  Atomicity พร้อมกับกำหนดให้ Attribute ดังกล่าวเป็น Relation Key ของ Relation ดังนั้นจึงถูกแปลงให้อยู่ในรูปดังนี้
P_ID
P_Name
E_ID
E_ Name
Job_Calss
Chg_Hour
Hour
11
EAU  Web Site
103
สมชาย ไม้ดี
SA
500
23.8
11
EAU  Web Site
101
แท่น งามยิ่ง
Database  Designer
450
19.4
11
EAU  Web Site
105
ชาย ดีศรี
Database  Designer
450
35.7
11
EAU  Web Site
106
แม็ก ยอดยิ่ง
Programmer
400
12.6
11
EAU  Web Site
102
อมร ดีศรี
SA
500
23.8
22
BU Reglstration
114

สุรศักดิ์ ดีงาม
Application Designer
300
24.6
22
BU Reglstration
118
กมล ไม้งาม
General Support
200
45.
22
BU Reglstration
104
นาย ยิ่งยอด
SA
500
32.4
22
BU Reglstration
106
แม็ก ยอดยิ่ง
Programmer
400
20
22
BU Reglstration
112
ธิดา ไม้งาม
Database  Designer
450
44.0
22
BU Reglstration

105
ชาย ดีศรี
Database  Designer
450
44.0


- ไม่มีคุณสมบัติเป็นไปตาม 2NF เพราะจะเห็นได้ว่า Relation ของตาราง จะมี Attribute (E_ID ,P_ID) เป็น Attribute ที่ทำให้ข้อมูลในแต่ละ Tuple มีค่าไม่ซ้ำกัน ดังนั้น  Attribute ทั้ง 2 จึงทำหน้าที่เป็น Relation Key และพิจารณาค่าของ Attribute  “E_ID”, “E_ Name” , “Job_Calss”, “Chg_Hour”,“ Hour ” จะสังเกตเห็นว่า Tuple ที่ประกอบขึ้นจาก Attribute เหล่านี้ จะมีข้อมูลซ้ำกันเป็นชุด ๆ และมีเพียง  Attribute  “P_Name” เท่านั้นที่มีค่าแปรเปลี่ยนตามค่าของ Relation Key ดังนั้นจึงสามารถเขียนด้วย Functional Dependency เพิ่มเติมได้ดังนี้
- d1: E_ID, P_ID               P_Name
- d2: E_ID                E_ Name ,Job_Calss ,Chg_Hour, Hour
ใน d2 จะสังเกตเห็นว่า Attribute “E_ Name” , “Job_Calss”, “Chg_Hour”และ “ Hour ”, เป็น Nonprime Attribute ของ Relation ที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเฉพาะ Relation Key แต่กลับขึ้นอยู่กับค่าของ Attribute “E_ID” ด้วย แสดงว่า d2 นี้ไม่เป็นไปตามคุณสมบัติข้อ 2
ดังนั้น Relation นี้ จึงไม่มีคุณสมบัติเป็นไปตามคุณสมบัติของ 2NF จึงต้องแยก Relation นี้ ออกเป็น 2 Relation ตาม d1และ d2 ดังนี้
E P_Name
E_ID
P_ID
P_Name
103
11
EAU  Web Site
101
11
EAU  Web Site
105
11
EAU  Web Site
106
11
EAU  Web Site
102
11
EAU  Web Site
114

22
BU Reglstration
118
22
BU Reglstration
104
22
BU Reglstration
106
22
BU Reglstration
112
22
BU Reglstration
105
22
BU Reglstration




E
E_ID
E_ Name
Job_Calss
Chg_Hour
Hour
103
สมชาย ไม้ดี
SA
500
23.8
101
แท่น งามยิ่ง
Database  Designer
450
19.4
105
ชาย ดีศรี
Database  Designer
450
35.7
106
แม็ก ยอดยิ่ง
Programmer
400
12.6
102
อมร ดีศรี
SA
500
23.8
114

สุรศักดิ์ ดีงาม
Application Designer
300
24.6
118
กมล ไม้งาม
General Support
200
45.
104
นาย ยิ่งยอด
SA
500
32.4
106
แม็ก ยอดยิ่ง
Programmer
400
20
112
ธิดา ไม้งาม
Database  Designer
450
44.0
105
ชาย ดีศรี
Database  Designer
450
44.0


-  จาก Relation นี้ ถึงแม้จะมีโครงสร้างเป็นไปตามคุณสมบัติ 2NF แต่จะเห็นว่าค่าของ Attribute “Job_Calss” , “Chg_Hour”และ “ Hour ” ยังปรากฏข้อมูลที่มีซ้ำกันอยู่เป็นคู่ ๆ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งทั้ง 2 Attribute สามารถรับบุค่าระหว่างกันได้ ดังนั้น Relation นี้จึงขาดคุณสมบัติของ 3NF และยังก่อให้เกิดปัญหาความผิดพลาดทางด้าน Anomaly
จากปัญหา Anomaly ที่เกิดขึ้นจาก Transitive Dependency เหล่านี้จึงต้องทำการแยก Attribute ที่ทำให้เกิด Transitive Dependency ของ Relation นี้ ออกมาเป็น Relation ใหม่ ซึ่งจากตารางได้แก่ Attribute “Job_Calss” , “Chg_Hour”และ “ Hour ” ดังนี้
E2
E_ID
E_ Name
Job_Calss
103
สมชาย ไม้ดี
SA
101
แท่น งามยิ่ง
Database  Designer
105
ชาย ดีศรี
Database  Designer
106
แม็ก ยอดยิ่ง
Programmer
102
อมร ดีศรี
SA
114

สุรศักดิ์ ดีงาม
Application Designer
118
กมล ไม้งาม
General Support
104
นาย ยิ่งยอด
SA
106
แม็ก ยอดยิ่ง
Programmer
112
ธิดา ไม้งาม
Database  Designer
105
ชาย ดีศรี
Database  Designer



Job Chg Hour
Job_Calss
Chg_Hour
Hour
SA
500
23.8
Database  Designer
450
19.4
Database  Designer
450
35.7
Programmer
400
12.6
SA
500
23.8
Application Designer
300
24.6
General Support
200
45.
SA
500
32.4
Programmer
400
20
Database  Designer
450
44.0
Database  Designer
450
44.0

5.จงวิเคราะห์และจัดทำ Normalization ระบบการลงทะเบียนของนักศึกษา ให้มีความซ้ำซ้อนน้อยที่สุด
รหัส นศ.
ภาคเรียนที่
รหัสวิชา
ชื่อวิชา
ประเภทวิชา
ชื่อประเภท
หน่วยกิต
เกรด
4501
1/45
A01
คณิตศาสตร์คอม
02
ชีพบังคับ
3
F

1/45
A03
ภาษาไทย
01
พื้นฐาน
3
C

2/45
A01
คณิตศาสตร์คอม
02
ชีพบังคับ
3
D

2/45
A04
ภาษาอังกฤษ1
01
พื้นฐาน
3
D+
4052
1/45
A01
คณิตศาสตร์คอม
02
ชีพบังคับ
3
B

1/45
A04
ภาษาอังกฤษ1
01
พื้นฐาน
3
C

2/45
A02
ระบบฐานข้อมูล
03
ชีพเลือก
3
B

2/45
A05
โปรแกรมสำเร็จรูป1
02
ชีพบังคับ
3
D
4503
1/45
A06
การสื่อสารข้อมูล
01
พื้นฐาน
3
A

1/45
A04
ภาษาอังกฤษ1
03
ชีพเลือก
3
C

2/45
A05
โปรแกรมสำเร็จรูป1
02
ชีพบังคับ
3
D
4506
1/45
A03
ภาษาไทย
01
พื้นฐาน
3
B+

1/45
A04
ภาษาอังกฤษ1
01
พื้นฐาน
3
C



จัดทำ Normalization 
5.1 First Normal Form (1NF)  ได้ดังนี้
ระบบการลงทะเบียนของนักศึกษา
รหัส นศ.
ภาคเรียนที่
รหัสวิชา
ชื่อวิชา
ประเภทวิชา
ชื่อประเภท
หน่วยกิต
เกรด
4501
1/45
A01
คณิตศาสตร์คอม
02
ชีพบังคับ
3
F
4501
1/45
A03
ภาษาไทย
01
พื้นฐาน
3
C
4501
2/45
A01
คณิตศาสตร์คอม
02
ชีพบังคับ
3
D
4501
2/45
A04
ภาษาอังกฤษ1
01
พื้นฐาน
3
D+
4052
1/45
A01
คณิตศาสตร์คอม
02
ชีพบังคับ
3
B
4052
1/45
A04
ภาษาอังกฤษ1
01
พื้นฐาน
3
C
4052
2/45
A02
ระบบฐานข้อมูล
03
ชีพเลือก
3
B
4052
2/45
A05
โปรแกรมสำเร็จรูป1
02
ชีพบังคับ
3
D
4503
1/45
A06
การสื่อสารข้อมูล
01
พื้นฐาน
3
A
4503
1/45
A04
ภาษาอังกฤษ1
03
ชีพเลือก
3
C
4503
2/45
A05
โปรแกรมสำเร็จรูป1
02
ชีพบังคับ
3
D
4506
1/45
A03
ภาษาไทย
01
พื้นฐาน
3
B+
4503
1/45
A04
ภาษาอังกฤษ1
01
พื้นฐาน
3
C




5.2 Second Normal Form (2NF)  ได้ดังนี้
รหัสวิชาระบบการลงทะเบียน
รหัส นศ.
รหัสวิชา
ภาคเรียนที่
4501
A01
1/45
4501
A03
1/45
4501
A01
2/45
4501
A04
2/45
4052
A01
1/45
4052
A04
1/45
4052
A02
2/45
4052
A05
2/45
4503
A06
1/45
4503
A04
1/45
4503
A05
2/45
4506
A03
1/45
4503
A04
1/45





รหัสวิชา
รหัสวิชา
ชื่อวิชา
ประเภทวิชา
ชื่อประเภท
หน่วยกิต
เกรด
A01
คณิตศาสตร์คอม
02
ชีพบังคับ
3
F
A03
ภาษาไทย
01
พื้นฐาน
3
C
A01
คณิตศาสตร์คอม
02
ชีพบังคับ
3
D
A04
ภาษาอังกฤษ1
01
พื้นฐาน
3
D+
A01
คณิตศาสตร์คอม
02
ชีพบังคับ
3
B
A04
ภาษาอังกฤษ1
01
พื้นฐาน
3
C
A02
ระบบฐานข้อมูล
03
ชีพเลือก
3
B
A05
โปรแกรมสำเร็จรูป1
02
ชีพบังคับ
3
D
A06
การสื่อสารข้อมูล
01
พื้นฐาน
3
A
A04
ภาษาอังกฤษ1
03
ชีพเลือก
3
C
A05
โปรแกรมสำเร็จรูป1
02
ชีพบังคับ
3
D
A03
ภาษาไทย
01
พื้นฐาน
3
B+
A04
ภาษาอังกฤษ1
01
พื้นฐาน
3
C




5.3 Second Normal Form (2NF)  ได้ดังนี้
รหัสวิชา 2
รหัสวิชา
ชื่อวิชา
ประเภทวิชา
A01
คณิตศาสตร์คอม
02
A03
ภาษาไทย
01
A01
คณิตศาสตร์คอม
02
A04
ภาษาอังกฤษ1
01
A01
คณิตศาสตร์คอม
02
A04
ภาษาอังกฤษ1
01
A02
ระบบฐานข้อมูล
03
A05
โปรแกรมสำเร็จรูป1
02
A06
การสื่อสารข้อมูล
01
A04
ภาษาอังกฤษ1
03
A05
โปรแกรมสำเร็จรูป1
02
A03
ภาษาไทย
01
A04
ภาษาอังกฤษ1
01


ชื่อประเภทวิชา
ชื่อวิชา
ประเภทวิชา
ชื่อประเภท
หน่วยกิต
เกรด
คณิตศาสตร์คอม
02
ชีพบังคับ
3
F
ภาษาไทย
01
พื้นฐาน
3
C
คณิตศาสตร์คอม
02
ชีพบังคับ
3
D
ภาษาอังกฤษ1
01
พื้นฐาน
3
D+
คณิตศาสตร์คอม
02
ชีพบังคับ
3
B
ภาษาอังกฤษ1
01
พื้นฐาน
3
C
ระบบฐานข้อมูล
03
ชีพเลือก
3
B
โปรแกรมสำเร็จรูป1
02
ชีพบังคับ
3
D
การสื่อสารข้อมูล
01
พื้นฐาน
3
A
ภาษาอังกฤษ1
03
ชีพเลือก
3
C
โปรแกรมสำเร็จรูป1
02
ชีพบังคับ
3
D
ภาษาไทย
01
พื้นฐาน
3
B+
ภาษาอังกฤษ1
01
พื้นฐาน
3
C




วันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2553

วิชา ฐานข้อมูลเบื้องต้น การบ้านบทที่ 5 ประจำวันที่ 8 ธ.ค. 2553

จงวาดรูป ER Diagram ของระบบการฉายภาพยนตร์พร้อมทั้งระบุความสัมพันธ์ให้ถูกต้อง โดยข้อมูลประกอบด้วย


-แฟ้มภาพยนตร์ ข้อมูลที่เก็บ รหัสภาพยนตร์, ชื่อภาพยนตร์, วันเปิดตัว, ผู้กำกับ
-แฟ้มผู้แสดง ข้อมูลที่เก็บ รหัสนักแสดง, ชื่อนักแสดง, ประวัติการแสดง

-แฟ้มโรงภาพยนตร์ ข้อมูลที่เก็บ รหัสโรงภาพยนตร์, ชื่อโรงภาพยนตร์, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์
จงวาดรูป ER Diagram ของระบบร้านเช่าวีดีโอแห่งหนึ่งประกอบด้วย



-แฟ้มสมาชิก (member) ข้อมูลที่เก็บ รหัสลูกค้า, ชื่อ, ที่อยู่, เบอร์โทร
-แฟ้มชื่อเรื่อง (title) ข้อมูลที่เก็บ รหัสเรื่อง, ชื่อเรื่อง, ผู้กำกับ, นักแสดง
-แฟ้มประเภท (category) ข้อมูลที่เก็บ รหัสประเภท, รายละเอียด
พร้อมทั้งกำหนดความสัมพันธ์และคาดินัลลิตีให้ถูกต้อง



แบบฝึกหัด
1.องค์ประกอบที่สำคัญของแบบจำลองอี-อาร์ มีอะไรบ้าง
องค์ประกอบที่สำคัญ 3 ส่วนดังนี้
=          1. เอ็นทิตี้ (entity)
            2.แอตทริบิวต์ (attributes) ของแต่ละเอ็นทิตี้
3.ความสำพันธ์ระหว่างเอ็นทิตี้ (relationship)
2.จงอธิบายความหมายและสัญลักษณ์ของคำต่อไปนี้
2.1 เอนทิตี้ หมายถึงสิ่งของหรือวัตถุที่สามารถบอกความแตกต่างจากเอนทิตี้ อื่น ๆ ได้
อาจจะเป็น บุคล,สถานที่,เหตุการณ์,หรือสิ่งของที่เราเลือก เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูล
สัญลักษณ์ จะใช้รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และมีชื่อกำกับภายในเป็นคำนาม
2.2 รีเลชั่น หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างเอ็นทิตี้ ซึ่งเป็นไปตามชนิดของความสัมพันธ์โดยความสัมพันธ์จะนำเสนอด้วยเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงใน โดยตั้งชื่อความสัมพันธ์จะใช้คำกิริยที่แสดงการกระทำ เช่น มี, สอน, ว่าจ้าง เป็นต้น
-สัญลักษณ์จะใช้สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดแทน และมีการตั้งชื่อความสัมพันธ์นั้นกำกับภายใน โดยชื่อที่กำกับต้องเป็นคำกิริยา
2.3 แอตทริบิวต์ หมายถึง เป็นสิ่งที่ใช้อธิบายถึงคุณลักษณะของ Entity หนึ่ง ๆ เช่น Entity ของนักศึกษา จะประกอบด้วย Attribute ชื่อ,สกุล,เพศ,ที่อยู่,เบอร์โทร,คณะ,สาขา,วิชา,วันที่เข้าเรียน เป็นต้น
สมาชิกทิอยู่ใน Entity หนึ่ง ๆ จะต้องมี Attribute ที่เหมือนกัน
-สัญลักษณ์จะใช้ วงลี แทน Attribute หนึ่ง Attribute และมีชื่อกำกับภายในที่เป็นคำนาม และแอททริบิวท์ใดเป็นคีย์หลักก็จะมีการขีดเส้นใต้แอททริบิวท์นั้น ๆ
2.4 คอมโพสิตแอตทริบิวต์หมายถึง แอททริบิวท์ที่สามารถแบ่งย่อยได้อีก เช่น Attribute ที่อยู่สามารถแบ่งเป็นย่อย ๆ ได้เป็น เลขที่ ถนน อำเภอ จังหวัด
-สัญลักษณ์จะใช้ วงลีมีเส้นตรงชี้ออกมาจากแอททริบิวท์ที่สามารถแบ่งย่อยได้ แทน Attribute ที่สามารถแบ่งย่อยและมีชื่อกำกับภายในที่เป็นคำนาม
2.5 แอตทริบิวต์ที่มีหลายค่าหมายถึง แอตทริบิวต์ที่สามารถมีได้หลายค่า เช่น คนหนึ่งคนสามารถมีวุฒิการศึกษาได้หลายระดับ เช่นปริญาตรี, โทร, เอก เป็นต้น หรือนักศึกษาหนึ่งคนอาจมีเบอร์โทรศัพท์ได้หลายเบอร์
-สัญลักษณ์จะใช้วงลีสองวงซ้อนกันแทนแอตทริบิวต์ที่มีหลายค่า
2.6 ดีไรฟต์แอตทริบิวต์หมายถึง แอตทริบิวต์ที่ได้มาจากการคำนวณจาก แอตทริบิวต์อื่น โดยทั่วไปไม่ต้องจัดเก็บ แอตทริบิวต์นี้
-สัญลักษณ์จะใช้เส้นปะแทน derived attribute ในแผนภาพ ER
3.คอมโพสิตเอนทิตี้มีความสำคัญอย่างไรในการออกแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์
= ความสำคัญในการออกแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ คือสร้างขึ้นเพื่อแปลงความสัมพันธ์แบบM:N มาเป็นแบบ 1:N ดดยการนำเอาคีย์หลักทั้งสองเอนทิตี้ที่มีความสัมพันธ์แบบ มารวมกับแอตทริบิวต์อื่น ๆ ที่สนใจ
4.เอนทีตี้อ่อนแอคืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไร
= เอนทิตีอ่อนแอคือ เอนทิตีที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เอง มีคุณสมบัติที่ปราศจากเอนทิตีที่มีความสัมพันธ์อยู่ และจะมีคีย์หลักจากการสืบทอดที่มันพึ่งพิงอยู่ มาใช้เป็นคีย์หลักหรือส่วนหนึ่งของคีย์หลักโดย Weak Entity จะใช้สัญลักษณ์รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแต่เป็นเส้นคู่
5.จากตารางข้อมูลที่กำหนดให้
ตารางผู้แต่ง
รหัสผู้แต่ง
ชื่อผู้แต่ง
A01
สมชาย
A02
ปราณี
A03
สุชาติ
A04
วินัย



ตารางสำนักพิมพ์
รหัสสำนักพิมพ์

ชื่อสำนักพิมพ์

เบอร์โทรศัพท์

P01
ดินสอดำ
0-7557-7541
P02
ปากกาแดง
0-3459-6843
P03
ยางลบหมึก
0-3469-9288
P04
น้ำหมึกหมด
0-23315-5544



ตารางหนังสือ
รหัสหนังสือ
ชื่อหนังสือ
รหัสผู้แต่ง
รหัสสำนักพิมพ์
EDS1
เรียนครั้งใดก็เรียนดี
A01
P03
EDS1
เรียนครั้งใดก็เรียนดี
A01
P01
EDS2
อ่านแล้วเรียนเก่ง
A02
P01
EDS2
อ่านแล้วเรียนเก่ง
A02
P01
EDS2
อ่านแล้วเรียนเก่ง
A02
P01

*หมายเหตุ: เนื่องจากในหนังสือแบบฝึกหัดตารางหนังสือไม่ชัดและอ่านไม่ออกจึงได้ทำการสมมุติขึ้นบางช่องที่อ่านไม่ออกค่ะ
5.1 จงเขียน ER Diagram แสดงความสัมพันธ์ของตาราง

5.2 จงบอกว่าแต่ละตารางมี Field ใดเป็น Primary Key
- ตารางผู้แต่ง มี Field รหัสผู้แต่ง เป็น Primary Key
-ตารางสำนักพิมพ์ มี Field รหัสสำนักพิมพ์ เป็น Primary Key
-ตารางหนังสือ มี Field รหัสหนังสือ, รหัสผู้แต่ง, รหัสสำนักพิมพ์เป็น Primary Key
5.3 สำหรับตารางที่มี Foreign Key จงบอกว่าเป็น Field ใดและมีความสัมพันธ์กับ Field ใดในตารางใด
=  ตารางหนังสือมี Foreign Key เป็น Field รหัสผู้แต่ง มีความสัมพันธ์กับ Field รหัสผู้แต่ในตารางผู้แต่งและมี Foreign Key เป็น Field รหัสสำนักพิมพ์ มีความสัมพันธ์กับ Field รหัสสำนักพิมพ์ ในตารางสำนักพิมพ์