วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สัปดาห์ที่ 2 งานที่ปฏิบัติประจำวัน (วันที่ 21-25 พฤศจิกายน 54)

งานที่ปฏิบัติ
1. ใช้ปากกาน้ำเงินขีดเส้นเป็นแนวดิ่งยาวระหว่างมุม กระดาษหน้าเอกสารที่ใช้แล้วเหลือหน้าที่ยังไม่ได้ใช้ไว้ทำเป็นกระดาษรียูส ที่สามารถนำไปใช้ต่อได้อีก จำนวน 20 แผ่น
2.  พิมพ์สต็อกเสื้อโปโลสรุปจำนวนเสื้อโปโลที่มีอยู่ในสต็อกบริษัทที่เป็นเสื้อโปโลของพนักงานประจำของบริษัท ทั้งรุ่นเก่า รุ่นใหม่ ของเพศชายและหญิง Size S, M, L, XL, XXL ลงในเอกสาร Excel โดยทำเป็นตารางสรุปตามหัวข้อที่มี จำนวน 2 ชีท คือ เสื้อโปโลรุ่นก่าและเสื้อโปโลรุ่นเก่า
3.  พิมพ์เอกสารประกอบการบรรยายใช้ฝึกอบรมแก่ หัวหน้างาน หลักสูตร หัวข้อเรื่อง บทบาทหน้าที่ของหัวหน้างาน 2009 ลงใน PowerPoint นำเสนองาน ซึ่งเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และทักษะการเป็นหัวหน้างานในด้านต่าง ๆ จำนวน 45 สไลด์
4.  พิมพ์แบบทดสอบและฝึกอบบรม Post-Test SS05 – หลักสูตร: บทบาทหน้าที่ของหัวหน้างาน 2009 จำนวน 10 ข้อ พร้อมแปลงเป็นเอกสาร pdf ส่งให้แก่ผู้ดูแลการทำงาน
5.  พิมพ์ PowerPoint เอกสารประกอบการบรรยาย ฝึกอบรม หลักสูตรเกี่ยวกับหัวข้อ “การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management)” ประกอบด้วย 8 บท ดังนี้
          บทที่ 1 ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง
          บทที่ 2 การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
          บทที่ 3 กระบวนการพื้นฐานของการเปลี่ยนแปลง
          บทที่ 4 การเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนแปลง
          บทที่ 5 การบริหารการเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามเป้าหมาย
          บทที่ 6 การเสริมสร้างและรักษาระดับของการเปลี่ยนแปลง
          บทที่ 7 การสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลง
          บทที่ 8 บทบาทและทักษะความสามารถที่จำเป็นในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
จำนวน 42 สไลด์ คือ พิมพ์ถึงบทที่ 1-4
6. พิมพ์ PowerPoint เอกสารประกอบการบรรยาย ฝึกอบรม หลักสูตรเกี่ยวกับหัวข้อ “การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management)” ประกอบด้วย 8 บท ต่อเนื่องจาก วันที่ 24 พฤศจิกายน 2554 จำนวน 4 บทที่เหลือคือ บทที่ 5 – บทที่ 8 จบเล่ม รวมทั้งหมดที่ทำวันนี้ จำนวน 36 สไลด์
ปัญหา
1.      ไม่มีโปรแกรมแปลงไฟล์งานเอกสาร Word เป็น pdf
2.      มีอุปสรรคในการพิมพ์คำผิดบ่อยครั้ง
3.      ไม่สามารถพิมพ์รูปวงกลมที่มีตัวภาษาอังกฤษอยู่ข้างในวงกลมได้ เนื่องจากตัวหนังสือที่พิมพ์ไม่โค้งไปตามวงกลม ที่ใช้อธิบายเนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้ใน PowerPoint
4.      ไม่สามารถค้นหารูปภาพประกอบการบรรยายในเนื้อหางานได้เหมือนกับต้นฉบับ
การแก้ไขปัญหา
1.      สอบถามผู้ดูแลการทำงานในการแปลงด้วยวิธีอื่น คือ แปลงใน คำสั่ง Print แล้วเลือกตกลงก็จะได้เอกสารที่เป็น pdf ทันที
2.      ตรวจสอบความถูกต้องหลาย ๆ รอบจนแน่ใจว่าไม่มีคำผิดและถูกต้องทุกคำแล้วก่อนส่งให้ผู้ดูแลงานทุกครั้ง
3.      ใช้โปรแกรม Photoshop ทำแล้ว save เป็นนามสกุล jpg แล้วนำมาแทรกเป็นรูปภาพใน PowerPoint ในเนื้อหาที่ต้องการอธิบายรูปภาพ
4.       หารูปภาพที่ใกล้เคียงกับรูปภาพประกอบต้นฉบับทางอินเทอร์เน็ตมาแทรกแทน
ประโยชน์ที่ได้รับ


1.      ได้ความรู้เกี่ยวกับวิธีเปลี่ยนไฟล์เอกสาร จาก Word  และ PowerPoint เป็นมาเป็นเอกสาร pdf
2.      ฝึกให้เป็นคนมีความอดทนในการทำงานเมื่อมีงานมาให้ทำเป็นจำนวนมาก
3.      ได้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ โปรแกรม Excel พิมพ์งาน มากขึ้นนอกเหนือจากที่ตนเองเคยรู้จากผู้ดูแลการทำงาน
4.      ได้ความรู้เกี่ยวกับการจัดเก็บเอกสารที่พิมพ์ขึ้นภายในบริษัท
5.      ได้ฝึกสืบค้นหารูปภาพบรรยายเนื้อหาใน PowerPoint ทางอินเทอร์เน็ต ให้สอดคล้องกับต้นฉบับเดิม





วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สัปดาห์ที่ 1 งานที่ปฏิบัติประจำวัน (วันที่ 14-18 พฤศจิกายน 54)

งานที่ปฏิบัติ
1. แก้ไขงานเกี่ยวกับ step ขั้นตอน การเปลี่ยนโปรโมชั่นแพ็กเกจของซิมมือถือ DTAC โดยแก้ไขคำผิด บรรทัดให้อยู่คนละบรรทัด แก้ไขความกว้างของคอลัมตารางให้มีขนาดเท่ากันกับชีสแรกทุกชีส และแก้ไขชื่อนามสกุลของไฟล์เสียงในระบบมือถือ จาก wav เป็น vex ในตารางของเอกสาร Excel จำนวน 13 ชีส
2. Copy เกี่ยวกับ step ขั้นตอนการเปลี่ยนโปรโมชั่นแพ็กเกจของซิมมือถือ DTAC ในตาราง Excel นำมาใส่ในตารางที่สร้างขึ้นมาใหม่ ในเอกสาร Word ตามหัวข้อที่ได้สร้างแบบฟอร์มไว้แล้ว จำนวน 34 หน้า
3. ตรวจสอบพร้อมแก้ไขคำผิด และจัดหน้าเอกสาร เกี่ยวกับ step ขั้นตอน การเปลี่ยนโปรโมชั่นแพ็กเกจของซิมมือถือ DTAC ในเอกสาร Word  ให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยคำถูกต้องพร้อมประหยัดเนื้อที่เอกสาร จำนวน 40 หน้า
4. เจาะรูเอกสารเข้าแฟ้มงานเกี่ยวกับใบเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในบริษัท Call voice ใส่แฟ้มเอกสาร จำนวน 10 แฟ้ม
5.  ตัดกระดาษที่ใช้อธิบายประเภทของเอกสารที่ใส่ตรงสันแฟ้ม จำนวน 10 แผ่น
6.  นำกระดาษเอกสารที่ทางแผนกบัญชีไม่ใช้แล้วคัดแยกออกมาทำเป็นกระดาษรียูส โดยใช้ปากกาแดงขีดเป็นเส้นแนวยาวขวางตรงมุมบนมาล่างตรงหน้าที่ใช้แล้วหรืออีกหน้าไว้ใช้ต่ออีกครั้ง จำนวน 100 แผ่น
7. นำแฟ้มเอกสารจำนวน 30 แฟ้ม จัดเข้าตู้เหล็กล็อกเกอร์ โดยจัดจากชั้นบนลงล่างให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยหยิบใช้งานได้ง่าย และเรียงตามประเภทของแฟ้มงานที่ผู้ดูแลทางแผนกได้อธิบายไว้
ปัญหา
       ไม่เข้าใจกระบวนการทำงานที่ทางผู้ดูแลการทำงานมอบหมายให้ทำจึงทำให้ทำงานออกมาผิดพลาดไม่ตรงตามที่ผู้ดูแลการทำงานต้องการ
การแก้ไขปัญหา
       จดบันทึกคำอธิบายงานที่ทางผู้ดูแลการทำงานมอบหมายให้ทำลงในสมุดพกพาไว้ทวนการทำงานอีกรอบเมื่อไม่เข้าใจ เพื่อที่จะสามารถงานออกมาได้ถูกต้องตามที่ผู้ดูแลการทำงานสั่งให้ทำ
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.      ได้เรียนรู้โค้ดที่ใช้เขียนโปรแกรมระบบเปลี่ยน แพ็กเก็จมือถือของบริษัท ที่เขียนขึ้นให้กับบริษัท Dtac
2.      ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการกับเอกสารภายในบริษัท
3.      ได้เรียนรู้กระบวนการทำงานภายในบริษัท
4.      ได้เรียนรู้การจัดแฟ้มเข้าตู้เอกสาร
5.      ทำให้ฝึกให้เป็นคนมีความละเอียดรอบคอบในการทำงาน






วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ประวัติส่วนตัว

ประวัติส่วนตัว


สถานที่ฝึกงาน


เส้นทางขนส่งสาธารณะจากบ้านไปยัง บริษัท Callvoice Communication
จุด  A ที่พัก
จุด  B บริษัท Callvoice Communication
ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ  1 ชั่วโมง 30 นาที 
*********

วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

วิชา การจัดระบบเครือข่ายและการสื่อสารข้อมูลธุรกิจด้วยคอมพิวเตอร์ เข้าฟังบรรยายรอบเช้าโครงการเสริมทักษะวิชาชีพวันที่ 10 ก.พ. 2554ตอนเรียน A1ห้อง BC.1

Cyber crime อาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ต
Malware Attacks Virus: code ที่สามารถ copy ด้วยตัวเอง และแพร่ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆได้โดยอาศัยพาหะ เช่น usb drive,e-mail accachment,cd
Warm:standaione malwere program ที่สามารถแพร่กระจายตัวเองได้ผ่านกระแสเครือข่าย
Trojan house : โปรแกรมที่ถูกบรรจุเข้าไปในในคอมพิวเตอร์ เพื่อเก็บข้อมูลเป็นหลัก เช่น รหัสผ่าน โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้คุกคามระบบคอมพิวเตอร์ภายหลัง ปกติจะไม่เป็นอันตรายใดๆกับระบบคอมพิวเตอร์จึงไม่ถือว่าเป็นไวรัส
Bot Zombie :computer ที่ติด warm หรือ Trojan ถูกครอบคลุมให้ทำงานผ่านทาง Network 
Dos เป็นการโจมตีที่มีจุดประสงค์ให้ Pc  เหยื่อไม่สามารถให้บริการได้โดยการ Floods ข้อมูล ติดตั้ง Anti-Virus / Anti-Spyware และ update อย่างสม่ำเสมอ
Update os Patch /Service Pack อย่างสม่ำเสมอ เช่น windows Update Patch Software ที่ใช้งานทั้งหมด เช่น Adobe Flash Player, Pluy-ins
ข้อปฏิบัติ
1.ระมัดระวังในการ Download  Software
2.ไม่เปิด e-mail จากคนที่ไม่รู้จักแม้ว่าเป็น e-mail จากคนที่คุณรู้จัก พิจารณาหัวข้อ e-mail และ Attach File
Spyware เป็นโปรแกรมที่บันทึกการกระทำของ user และส่งผ่าน Internet
Adware Adcrtising- Supponted Software เป็นโปรแกรมที่จะ Download Keyloger
Download จาก site ที่เชื่อใจได้ สิ่งที่ D/L ผิดกฎหมายหรือไม่( Copy right)
อ่าน Licechse /Agreement /Term of Use  ก่อนที่จะ D/L
Spam
Phishing ใช้เทคนิค Social
e-mail -Phishing

ข้อแนะนำในการ Social
-อย่าใส่ข้อมูลส่วนตัวที่สามารถระบุตัวตนของคุณ
พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ 2550
1.โพสข้อความเท็จ
2.ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเสียหาย ที่ส่งผลกระทบกับความมั่นคงของประเทศ
โทษสูงสุดจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
3.Hack ข้อมูล โทษสูงสุดจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท
4.ผู้ให้บริการ Internet  ต้องมีการเก็บ Login อย่างน้อย 90 วัน
5.การ Block Website จะกระทำได้โดยคำสั่งศาล
6.การส่ง Spam mail ปรับ 100,00 บาท
Policies จัดทำ P0lices ขององค์กรรวมทั้ง guidline และข้อกำหนดต่าง ๆ ในการใช้งาน ICT
Risk Analysis พิจารณาความเสี่ยงของระบบ/อุปกรณ์ IT ทั้งหมด เพื่อวางแผนการป้องกัน Risk=Tread*Vulnerabilly
Access Control กำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบ/อุปกรณ์ ICT
Cryptography การเข้ารหัสข้อมูลที่สำคัญ
OS Security ป้องกันการขัดข้องของระบบปฏิบัติการ
Auolit ต้องมี auolit ทุก domain อย่างน้อยปีละครั้ง
Standard iso 27001
 Firewall ป้องกันบุคคลภายนอกเข้ามาโจมตีภายใน

Facebook
ข้อควรในการปฏิบัติในการใช้
1.ไม่ควรใส่ชื่อนามสกุลจริงควรใส่ชื่อเล่น
2.อย่าใส่ข้อมูลส่วนตัวที่ระบุตัวตนของคุณ
3.อย่าอนุญาติให้ virtual friend ส่ง email โดยตรงกับคุณ
4.ห้ามให้คนที่คุณไม่รู้จักเข้ามาดู Profile  ของคุณ(set prirate)
5.ป้องกันเพื่อนของคุณด้วย !!! โดยการไม่โพสต์
ข้อมูลที่ไม่ควรใส่ใน Profile 
1.เบอร์โทรศัพท์ เลขบัตรประจำตัวประชาชน รหัสนักศึกษา หมายเลขบัตรเครดิต
2.ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด ชื่อนายจ้าง/บริษัท ชื่อบุคคลภายในครอบครัว

วันอังคารที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2554

วิชา การจัดระบบเครือข่ายและการสื่อสารข้อมูลธุรกิจด้วยคอมพิวเตอร์ การบ้านคำศัพท์ ประจำวันที่ 21 ม.ค. 2554 ตอนเรียน A1 ห้อง BC.1


 DHCP


DHCP(Dynamic Host Configuration Protocol)
คือ โปรโตคอลที่ใช้ในการกำหนด IP Address อัตโนมัติแก่เครื่องลูกข่ายบนระบบ ที่ติดตั้ง TCP/IP สำหรับ DHCP server มีหน้าที่แจก IP ในเครือข่ายไม่ให้ซ้ำ เป็นการลดความซ้ำซ้อน เมื่อเครื่องลูกเริ่ม boot ก็จะขอ IP address, Subnet mark, หมายเลข DNS และ Default gateway

  ขั้นตอนการเชื่อมต่อของเครื่องลูกกับ DHCP server
1. เครื่องลูกค้นหาเครื่อง DHCP server ในเครือข่าย โดยส่ง DHCP discover เพื่อร้องขอ IP address
2. DHCP server จะค้นหา IP ที่ว่างอยู่ในฐานข้อมูล แล้วส่ง DHCP offer กลังไปให้เครื่องลูก
3. เมื่อเครื่องลูกได้รับ IP ก็จะส่งสัญญาณตอบกลับ DHCP Request ให้เครื่องแม่ทราบ
4. DHCP server ส่งสัญญาณ DHCP Ack กลับไปให้เครื่องลูก เพื่อแจ้งว่าเริ่มใช้งานได้
DHCP คือ ระบบการแจกจ่าย IPAddress ให้เครื่องที่อยู่ในระบบ เมื่อเครื่องเหล่านั้น ถูก Set ไว้ว่าจะต้องไปเอา IPAddress มาจาก DHCP Server โดยปกติ IP Sharer Box หรือ Proxy Software บางตัว จะมี ระบบ DHCP อยู่ในตัวด้วย
DHCP เกี่ยวกับการติดตั้งค่าต่าง ๆ ทางเครือข่าย เช่น ค่า Iaddress,DNS,Gateway,Netmask โดยการใช้งานจะมีสองส่วนคือ DHCP Server และ DHCP Client โดยตัว server จะเป็นตัวกำหนดค่าต่าง ๆ ของ network ให้กับ client ซึ่งตัว server จะต้องทางานอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้บริการกับ client ตัวใด ๆ ได้ตลอดเวลา พูดง่ายๆ คือ เปิดเป็นเครื่องแรก ปิดเป็นเครื่องสุดท้าย ถ้าปิดก่อนแล้ว เครื่อง client จะปิดไม่ได้ เหตุผลที่นิยมใช้ DHCP ก็เพราะในระบบ network ที่มีเครื่อง client จานวนมาก จะพบกับความยุ่งยากเรื่องกำหนดค่า network ให้ถูกต้อง และระวังไม่ให้ IP address แต่ละเครื่องมาซ้ำกัน ซึ่ง DHCP server สามารถแจกจ่ายค่าต่างๆ เหล่านี้ให้กับ client ได้โดยอัตโนมัติ สร้างความสะดวก ลดความยุ่งยากและความเสี่ยงต่อการผิดพลาดอีกด้วย นอกจากนี้แล้ว การใช้งานอินเตอร์เน็ท ใน network ก็ควรจะใช้ tranperent proxy ด้วย ซึ่งจะช่วยลดปริมาณการใช้ bandwith ไปภายนอก และเพิ่มความเร็วในการเรียกเว็บอีกด้วย โดย transperent proxy ก็คือการที่ทาให้ browser แต่ละตัว เมื่อเรียกใช้เว็บแล้วจะเรียกใช้งาน proxy โดยอัตโนมัติ โดยที่ไม่ต้องตั้งค่าใช้ proxy ที่ตัว browser เลย ประโยชน์ของมันนอกจากจะเป็น cache แล้ว ยัง redirect ได้อีกด้วย เช่น กำหนดให้ เครื่องในวง lan ไม่สามารถเรียกเว็บโป๊ หรือเข้าเว็บ pantip ไม่ได้ แล้วแต่เรากำหนด แต่จะถูก redirect ไปยังที่อื่น นอกจากนี้ ยังตรวจสอบการใช้งานของ client แต่ละเครื่องได้ด้วยว่า เรียกใช้งานเว็บไหนบ้าง ปริมาณการใช้งานมากน้อยขนาดไหน เหมาะกับใช้ในสานักงานหรือโรงเรียน
[ที่มา:http://computer.rru.ac.th/~sansern/4123706/uploadwork/homework/49003287017.pdf ]

วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554

วิชา การจัดระบบเครือข่ายและการสื่อสารข้อมูลธุรกิจด้วยคอมพิวเตอร์ การบ้านคู่หาคุณสมบัติอุปกรณ์เครือข่ายเป็นอังกฤษ-ไทย ประจำวันที่ 5 ม.ค. 2554 ตอนเรียน A1 ห้อง BC.1

                                                                                                 1.นางสาวขนิษฐา แก่นจันทร์ รหัส 51132792066
                                                                     2.นางสาวทัศวรรณ อุ่นราด รหัส 51132792012
                                                                                    ตอนเรียน A1

Gateway     
 Soundwin SB800 Series
8 Port FXS/FXO VoIP Gateway Expandable to 24 Ports

Property
- Soundwin SB800 device size 8 Port VoIP Gateway FXS / FXO ports in the tank 24.
- expandable to 24 ports by installing additional modules.
- a telephone interface RJ-21 (Telco).
- support for both SIP and H.323 on both server and Peer-to-Peer.
- do the connection between a conventional telephone network and VoIP. In addition, acting as router. And functions that separate SmartQoS Boys have higher priority than the data you call without interruption.
- Compatible with Asterisk SIP Server, Trixbox, Elastix, VoIPSwitch, PIAF SIP Server all versions, including other
- simple user-friendly.
- Power saver.
- Prevent attacks from the outside better. Makes the network more secure.
- Reduced equipment and a lot of issues (Router = Firewall NAT DHCP DDNS ADSL Switch Utility various
คุณสมบัติ
- Soundwin SB800 อุปกรณ์ VoIP Gateway ขนาด 8 พอร์ต FXS/FXO ในตัวถังแบบ 24 พอร์ต
-สามารถขยายได้ถึง 24 พอร์ตโดยติดตั้งโมดูลเพิ่มเติม
-มีอินเตอร์เฟสโทรศัพท์แบบ RJ-21 (Telco)
-รองรับการใช้งานทั้งแบบ SIP และ H.323 ทั้งแบบผ่านเซอร์เวอร์และ Peer-to-Peer
-ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างระบบโทรศัพท์ธรรมดาและเครือข่ายวีโอไอพี นอกจากนั้นทำหน้าที่เสมือนเร้าท์เตอร์ และมีฟังก์ชั่น SmartQoS แยกวอยส์ให้มีลำดับความสำคัญสูงกว่าดาต้าทำให้คุณโทรติดต่อได้โดยไม่สะดุด
-ใช้งานได้กับ Asterisk SIP Server, Trixbox, Elastix, VoIPSwitch, PIAF ทุกเวอร์ชั่น รวมทั้ง SIP Server อื่น ๆ

-ใช้งานได้ง่ายไม่ยุ่งยาก
- ประหยัดไฟ
- ป้องกันการถูกโจมตีจากภายนอกได้ดีกว่า ทำให้ใช้เครือข่ายปลอดภัยมากขึ้น
- ลดอุปกรณ์และปัญหาต่าง ๆ ได้มาก (Router = Firewall+NAT+DHCP+DDNS+ADSL+Switch+Utility ต่าง ๆ

วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2554

วิชา การจัดระบบเครือข่ายและการสื่อสารข้อมูลธุรกิจด้วยคอมพิวเตอร์ การบ้านบทที่ 5 ประจำวันที่ 5 ม.ค. 25534ตอนเรียน A1 ห้อง BC.1

1. จงยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการเชื่อมต่อเครือข่าย
ยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการเชื่อมต่อเครือข่าย เช่น


Router
- เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อ LAN หลายๆ เครือข่ายเข้าด้วยกัน คล้ายกับ
Switch
- Router สามารถใช้ในการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายที่ใช้โปรโตคอล
เครือข่ายต่างกัน
-Router สามารถทำการกรอง (filter) เลือกเฉพาะชนิดของข้อมูลที่ระบุไว้
ว่าให้ผ่านไปได้ ทำให้ช่วยลดปัญหาการจราจรที่คับคั่งของข้อมูล และ
เพิ่มระดับความปลอดภัยของเครือข่าย
-ทำงานในระดับ Layer ที่ 3 ของ OSI Model
-เราเตอร์สามารถหาเส้นทางการส่งข้อมูลที่เหมาะสมให้โดยอัตโนมัติด้วย
นอกจากนี้เราทเตอร์จะเป็นอุปกรณ์ที่ขึ้นกับโปรโตคอล นั่นคือในการใช้
งานจะต้องเลือกซื้อเราเตอร์ที่สนับสนุนโปรโตคอลของเครือข่ายที่
ต้องการจะเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน เราเตอร์อาจเป็นฮาร์ดแวร์เฉพาะหรือ
ซอฟต์แวร์เราเตอร์ก็ได้
-เราเตอร์ไม่เพียงจะใช้เชื่อมระหว่างเครือข่ายระดับ LAN ด้วยกันเท่านั้น
ยังสามารถใช้เชื่อมโยงเครือข่ายระดับ LAN กับเครือข่ายระดับ WAN ได้
อีกด้วย เช่น ใช้เชื่อมโยงเครือข่าย LAN เข้าสู่เครือข่ายอินเตอร์เน็ต
การเชื่อมต่อของ Router








2. จงเปรียบเทียบการทำงานของเกตเวย์ บริดจ์และสวิตซ์

อุปกรณ์เครือข่าย
การทำงาน
Bridge

เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ติดต่อระหว่างเครือข่ายท้องถิ่น หรือ LAN 2
เครือข่ายที่มีโปรโตคอลเหมือนกันเป็นเครือข่ายเดียวกัน
􀂇 บริดจ์ทำงานคล้ายกับเครื่องตรวจตำแหน่ง (Address) ของข้อมูล บริดจ์
จะรับข้อมูลมาทั้งแพ็กเกตจาก LAN ต้นทาง แล้วส่งไปยังปลายทางโดยไม่ทำ
การแก้ไขใด ๆ
􀂇 บริดจ์อาจเป็นได้ทั้งฮาร์ดแวร์เฉพาะ หรือซอฟต์แวร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่
กำหนดให้เป็นบริดจ์ก็ได้
􀂇 บริดจ์ มักจะถูกใช้ในการเชื่อมเครือข่ายย่อย ๆ ในองค์กรเข้าด้วยกันเป็นเครือข่าย
ใหญ่เพียงเครือข่ายเดียว เพื่อให้เครือข่ายย่อยๆ เหล่านั้นสามารถติดต่อกับ
เครือข่ายย่อยอื่นๆ ได้

Switch
􀂇 นิยมเรียกว่า อีเธอร์เนตสวิตซ์ (Ethernet Switch) จะเป็นบริดจ์แบบหลาย
ช่องทาง (Multiport Bridge) ที่นิยมใช้ในระบบเครือข่ายแลนแบบ
Ethernet เพื่อใช้เชื่อมต่อเครือข่ายหลายๆ เครือข่ายเข้าด้วยกัน สวิตซ์จะ
ช่วยลดการจราจรระหว่างเครือข่ายที่ไม่จำเป็น
􀂇 เนื่องจากการเชื่อมต่อแต่ละช่องทาง กระทำอยู่ภายในตัวสวิตซ์เอง ทำให้
สามารถทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลในแต่ละเครือข่าย (Switching) ได้อย่าง
รวดเร็วกว่าการใช้บริดจ์จำนวนหลายๆ ตัวเชื่อมต่อกัน
􀂇 สวิตซ์สามารถใช้เชื่อมเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวเข้ากับตัว
สวิตซ์ ซึ่งจะทำให้เครื่องๆ นั้น สามารถติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์ด้วยความเร็ว
เต็มความสามารถของช่องทางการสื่อสารข้อมูล
Gateway
􀂇 เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกอย่างหนึ่ง ทำหน้าที่ ช่วยทำให้เครือข่าย
คอมพิวเตอร์ 2 เครือข่ายหรือมากกว่าที่มีลักษณะไม่เหมือนกัน คือมี
ลักษณะการเชื่อมต่อของเครือข่ายต่างกัน และมีโปรโตคอลสำหรับการ
ส่ง-รับข้อมูลต่างกัน สามารถติดต่อกันได้เสมือนเป็นเครือข่ายเดียวกัน
􀂇 สำหรับเครือข่ายขนาดใหญ่ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็น Gateway อาจจะรวม
เอาฟังก์ชั่นการทำงานที่เรียกว่า Firewall ไว้ในตัวด้วย เพื่อทำหน้าที่
ป้องกันไม่ให้คอมพิวเตอร์ที่อยู่นอกเครือข่ายเข้ามาเชื่อต่อลักลอบนำ
ข้อมูลภายในออกไปได้



3. โทโพโลยีมีกี่ประเภท อะไรบ้าง จงอธิบายว่าแต่ละประเภทเหมาะกับ
การใช้งานแบบใด
โทโพโลยี(Topology )มี 3 ประเภท ดังนี้
1.โทโปโลยีแบบบัส (BUS)
               เป็นรูปแบบที่ เครื่องคอมพิวเตอร์จะถูกเชื่อมต่อกันโดยผ่ายสายสัญญาณแกนหลัก ที่เรียกว่า BUS หรือ แบ็คโบน (Backbone) คือ สายรับส่งสัญญาณข้อมูลหลัก ใช้เป็นทางเดินข้อมูลของทุกเครื่องภายในระบบเครือข่าย และจะมีสายแยกย่อยออกไปในแต่ละจุด เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ซึ่งเรียกว่าโหนด (Node) ข้อมูลจากโหนดผู้ส่งจะถูกส่งเข้าสู่สายบัสในรูปของแพ็กเกจ ซึ่งแต่ละแพ็กเกจจะประกอบไปด้วยข้อมูลของผู้ส่ง, ผู้รับ และข้อมูลที่จะส่ง การสื่อสารภายในสายบัสจะเป็นแบบ 2 ทิศทางแยกไปยังปลายทั้ง 2 ด้านของ บัส โดยตรงปลายทั้ง 2 ด้านของบัส จะมีเทอร์มิเนเตอร์ (Terminator) ทำหน้าที่ลบล้างสัญญาณที่ส่งมาถึง เพื่อป้องกันไม่ให้สัญญาณข้อมูลนั้นสะท้อนกลับ เข้ามายังบัสอีก เพื่อเป็นการป้องกันการชนกันของข้อมูลอื่น ๆ ที่เดินทางอยู่บนบัสในขณะนั้น
สัญญาณข้อมูลจากโหนดผู้ส่งเมื่อเข้าสู่บัส ข้อมูลจะไหลผ่านไปยังปลายทั้ง 2 ด้านของบัส แต่ละโหนดที่เชื่อมต่อเข้ากับบัส จะคอยตรวจดูว่า ตำแหน่งปลายทางที่มากับแพ็กเกจข้อมูลนั้นตรงกับตำแหน่งของตนหรือไม่ ถ้าตรง ก็จะรับข้อมูลนั้นเข้ามาสู่โหนด ตน แต่ถ้าไม่ใช่ ก็จะปล่อยให้สัญญาณข้อมูลนั้นผ่านไป จะเห็นว่าทุก ๆ โหนดภายในเครือข่ายแบบ BUS นั้นสามารถรับรู้สัญญาณข้อมูลได้ แต่จะมีเพียงโหนดปลายทางเพียงโหนดเดียวเท่านั้นที่จะรับข้อมูลนั้นไปได้
-เหมาะกับการรับส่งข้อมูลแบบไม่ต่อเนื่องและข้อมูลมีจำนวนไม่มากนัก

2.โทโปโลยีแบบวงแหวน (RING)
             เป็นรูปแบบที่ เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในระบบเครือข่าย ทั้งเครื่องที่เป็นผู้ให้บริการ( Server) และ เครื่องที่เป็นผู้ขอใช้บริการ(Client) ทุกเครื่องถูกเชื่อมต่อกันเป็นวงกลม ข้อมูลข่าวสารที่ส่งระหว่างกัน จะไหลวนอยู่ในเครือข่ายไปใน ทิศทางเดียวกัน โดยไม่มีจุดปลายหรือเทอร์มิเนเตอร์เช่นเดียวกับเครือข่ายแบบ BUS ในแต่ละโหนดหรือแต่ละเครื่อง จะมีรีพีตเตอร์ (Repeater) ประจำแต่ละเครื่อง 1 ตัว ซึ่งจะทำหน้าที่เพิ่มเติมข้อมูลที่จำเป็นต่อการติดต่อสื่อสารเข้าในส่วนหัวของแพ็กเกจที่ส่ง และตรวจสอบข้อมูลจากส่วนหัวของ Packet ที่ส่งมาถึง ว่าเป็นข้อมูลของตนหรือไม่ แต่ถ้าไม่ใช่ก็จะปล่อยข้อมูลนั้นไปยัง Repeater ของเครื่องถัดไป

-เหมาะกับงานที่มีการรับส่งข้อมูลมาก ๆ และ
ต่อเนื่องตลอดเวลา



3.โทโปโลยีแบบดาว (STAR)
            เป็นรูปแบบที่ เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกันในเครือข่าย จะต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวกลางตัวหนึ่งที่เรียกว่า ฮับ (HUB) หรือเครื่อง ๆ หนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของการเชื่อมต่อสายสัญญาญที่มาจากเครื่องต่าง ๆ ในเครือข่าย และควบคุมเส้นทางการสื่อสาร ทั้งหมด เมื่อมีเครื่องที่ต้องการส่งข้อมูลไปยังเครื่องอื่น ๆ ที่ต้องการในเครือข่าย เครื่องนั้นก็จะต้องส่งข้อมูลมายัง HUB หรือเครื่องศูนย์กลางก่อน แล้ว HUB ก็จะทำหน้าที่กระจายข้อมูลนั้นไปในเครือข่ายต่อไป
-เหมาะกับการรับส่งข้อมูลแบบไม่ต่อเนื่อง
และข้อมูลมีจำนวนไม่มากนัก
4. รีพีตเตอร์หรือฮับทำงานอยู่บน layer ใดของ OSI Model
= รีพีตเตอร์หรือฮับเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ขยายสัญญาณที่ได้รับมาส่งต่อให้กับอุปกรณ์อื่น
ที่ต่อเข้ากับมัน จัดเป็นอุปกรณ์ที่มีการทำงานอยู่ใน Layer ที่ 1 ของ OSI
Model